Your browser doesn’t support HTML5
นายกรัฐมนตรี Alexi Tsipras ของกรีซเปลี่ยนท่าทีจากรอมชอมกับประเทศผู้ให้เงินกู้ของกลุ่มยูโรโซนมาเป็นแข็งกร้าวและเผชิญหน้าในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง กล่าวคือหลังจากที่กรีซไม่สามารถชำระหนี้เกือบสองพันล้านดอลลาร์ได้ ผู้นำกรีซเขียนจดหมายยอมอ่อนข้อต่อประเทศในยุโรป
หลังสือพิมพ์ Financial Times ของอังกฤษนำจดหมายที่นายกรัฐมนตรี Tsipras ยื่นต่อกลุ่มยูโรโซนว่ากรุงเอเธนส์ยอมรับเงื่อนไขหลักๆ เพื่อขอรับเงินกู้ระรอกใหม่มูลค่า 32,400 ล้านดอลลาร์
จากนั้นไม่นานพรรคฝ่ายซ้ายที่เป็นพรรคมิตรของนายกฯ Tsipras ประณามเขาว่าหักหลังพวกตน ทั้งนี้ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี Tsipras ไม่เห็นด้วยกับมาตรการลดงบประมาณและตัดเงินบำนาญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัดเข็มขัดที่ประเทศกลุ่มยูโรโซนต้องการเห็น เพื่อให้เงินช่วยเหลือกรีซ
และในคืนวันพุธ นาย Tsipras ออกโทรทัศน์เรียกร้องให้ชาวกรีกลงความเห็นปฏิเสธการรับความช่วยเหลือจากยูโรโซน และบอกว่าการเจรจากับยุโรปถูกบงการโดยกลุ่มขวาจัดที่มุ่งหมายที่จะนำข้อมูลมาทำให้รัฐบาลเอเธนส์และชาวกรีกเสียเชื่อ
ด้านนาง Angela Merkel นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ประเทศหลักของกลุ่มยูโรโซน กล่าวว่าจะไม่เจรจารอบใหม่กับกรีซ เพราะต้องการรอผลการลงประชามติของชาวกรีกในวันอาทิตย์ และเสริมว่าเยอรมนีจะไม่อ่อนข้อหากไม่เกิดผลดีมากกว่าผลเสีย
เธอบอกด้วยว่าขณะนี้กลุ่มยูโรโซนแข็งแรงพอที่จะรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากความล้มเหลวในการเจรจากู้เศรษฐกิจกรีซ
แม้ว่าการสำรวจความคิดเห็นประชาชนชี้ว่าชาวกรีกเกินครึ่งอาจลงมติไม่รับความช่วยเหลือจากยูโรโซน แต่จำนวนผู้มีความเห็นให้รับความช่วยเหลือมีมากขึ้น
ผู้นำยุโรปจำนวนมากเห็นว่า หากชาวกรีกลงมติปฏิเสธความช่วยเหลือ นั่นอาจนำไปสู่การผิดชำระหนี้ของกรีซ และกรีซอาจต้องออกจากกลุ่มยูโรโซนและกลับไปใช้เงินสกุล Drachma ก่อนหน้านี้
รายงานโดย Amanda Scott และเรียบเรียงโดย รัตพล อ่อนสนิท