นีล เบอร์เคน (Neal Burken) เกษตรกรจาก เกลสวิลล์ (Galesville) ในรัฐวิสคอนซิน ทำธุรกิจฟาร์มโคนมมากว่า 20 ปีแล้ว เขาบอกว่าแม้ตลาดรับซื้อจะลดลงและการเงินจะไม่ค่อยคล่องในช่วงหลังอยู่บ้าง แต่ในภาพรวมแล้วทุกอย่างยังเป็นไปด้วยดี
ลงมาทางใต้ราว 250 ไมล์ที่เมืองอันนาวาน(Annawan) เขตชนบทของรัฐอิลลินอยส์คดีน เวอร์เบค (Dean Verbeck) เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ที่สืบทอดมรดกการทำไร่ถั่วเหลืองและปลูกข้าวโพดจากครอบครัวมาหลายสิบปี
เกษตรกรทั้ง 2 คนเป็นอยู่ต่างรัฐ และไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเรียนรู้และเป็นส่วนหนึ่งของการทำเกษตรกรรมส่งผลผลิตป้อนให้กับตลาดโลกมานานแล้ว
ดีน เวอร์เบค (Dean Verbeck) เกษตรกรไร่ข้าวโพดและถั่วเหลือง ในอิลลินอยส์บอกว่า ผลผลิตถั่วเหลืองในอเมริกากว่าครึ่งหนึ่งส่งออกไปตลาดต่างประเทศ โดยเขามีตลาดใหญ่อยู่ในเมืองจีน แต่นโยบายที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะเพิ่มอัตราภาษีขาเข้า ก็อาจทำให้หลายประเทศก็เตรียมที่จะมีมาตรการตอบโต้แบบเดียวกัน
ส่วน นีล เบอร์เคน เกษตรกรฟาร์มโคนม ในวิสคอนซิน บอกว่า แม้หลายคนจะรู้สึกถึงความไม่แน่นอนของตลาดโลก แต่ก็รับรู้ถึงพลวัตการตลาดที่ต่างออกไปและหลายครั้งที่ทำให้เขาต้องทึ่งกับปลายทางของผลผลิตที่ส่งไปออกไปในตลาดโลก
นโยบาย ‘อเมริกาต้องมาก่อน’ หรือ America First และ แนวทางแบบ Protectionism ที่กีดกันสินค้าและผู้คนที่ไม่ใช่ชาวอเมริกันของประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังเป็นข้อกังวลต่อเกษตรกรทั้ง 2 คน
ขณะที่ นีล บอกว่า เท่าที่ได้ยินมา อาจมีหลายคนรู้สึกว่าจะต้องจ้างงานคนอเมริกันในประเทศมากกว่าที่ไปจ้างคนเชื้อสายสเปนหรือจากที่อื่นๆ แต่ ถ้าไม่มีใครอยากจะทำงานแบบนี้เลย พวกเขาก็จำเป็นต้องมองหาคนที่อยากทำงาน เพื่อให้งานลุล่วง
คุณ ดีน บอกว่า การควบคุมตรวจสอบด้านคนเข้าเมืองอาจจะต้องมีอยู่บ้าง แต่แนวคิดจะสร้างกำแพงอะไรแบบนั้น กลับเป็นเรื่องที่น่าตลกมากกว่าเขาบอกว่าที่ผ่านมาเม็กซิโกซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ จำนวนมากโดยเฉพาะธัญพืชและข้าวโพด และสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากเดินหน้าแนวคิดนี้ต่อไปคือการทำให้เม็กซิโกโกรธและหันไปซื้อผลผลิตจากที่อื่นดังนั้นคนอเมริกันต้องรับรู้ได้แล้วว่าอเมริกาไม่ใช่ร้านสินค้าเพียงแห่งเดียว หลายประเทศมีที่อื่นๆให้เลือกเสมอ
เขาบอกด้วยว่า หาก ประธานาธิบดีทรัมป์ จะขว้างบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัวทิ้งลงไปบ้าง และหันมาสนใจเรื่องเหล่านี้ ก็น่าจะที่จะมีการทำอะไรที่ตรงจุดได้บ้าง แต่หากเขายังเอาแต่พูดถึงประเทศอื่นๆเรื่อยๆแบบนี้ ก็ยากที่จะบอกได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป
ขณะที่คุณนีล บอกถึงความเห็นของเขาต่อทิศทางของประเทศภายใต้ประธานาธิบดี ว่า อเมริกาน่าจะได้โอกาสที่เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ถามว่าจะไปในทิศไปเขาก็ยังไม่ทราบเหมือนกัน